วิธีดูแลผิวเสียไหม้จากแสงแดด

พึ่งจะผ่านพ้นเทศกาสงกรานต์กันมาหมาดๆ  เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำดับร้อนในช่วงซัมเมอร์กันไปแล้ว งานนี้นอกจากสาว ๆ จะได้สนุกสนานดับความคลายร้อนจากการเล่นน้ำกันตั้ง 3 วันติดๆแล้ว เราเชื่อแน่นอนว่า นะตอนนี้ท่านทั้งหลาย หรือหลายๆคนคงกำลังนั่งกลุ้มใจอยู่ไม่ใช่น้อยแน่นอน  เพราะผิวขาวใสที่เคยมีอยู่ ตอนนี้กลายเป็นดำ ผิวแสบแดง ดูดำคล้ำไหม้แดด กันมากมาย  ก็..ไอ้ตอนเล่นน้ำก็สนุกดีอยู่หรอกนะ  แต่พอกลับมาบ้านนี่สิ แทบช็อก ! ส่องกระจกแทบจำตัวเองไม่ได้ คิดไม่ตกว่าจะทำยังไง วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหา-ดูแลผิวเสียหลังเล่นน้ำสงกรานต์ มาฝาก เผื่อเป็นทางออกที่ดีสำหรับบางคน

       การปรับอุณหภูมิผิว  

การปรับอุณหภูมิผิว ให้เย็นลง หลังจากที่เดินตากแดดเล่นน้ำจนผิวแสบไหม้ไปทั้งตัวนั้น  เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบล้างทำความสะอาดผิว ด้วยการล้างน้ำเย็น เพื่อปรับอุณหภูมิความร้อนของผิวให้ลดลงและล้างคราบแป้ง ฝุ่นควัน และสิ่งสกปรกบนผิวทันที โดยการใช้สบู่อ่อนฟอกเบา ๆ ให้ทั่วแล้วเช็ดตัวให้แห้ง แต่สำหรับใครที่มีอาการแสบผิวมากเป็นพิเศษ ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่โดนแดด จนรู้สึกเย็นสบายขึ้นหรือผิวหนังมีการแสบแดงลดน้อยลง ทำให้อาการแสบลดลงได้ดียิ่งขึ้น

หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว  สาว ๆ หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อตากแดดจนผิวคล้ำควรรีบสครับผิวโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผิวดูขาวใสเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น แต่ทว่าจริง ๆ แล้ววิธีนี้กลับทำให้ผิวแสบแดงและระคายเคืองมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นในช่วง 3-7 วันแรก หลังจากเล่นน้ำสงกรานต์ ให้งดเว้นการใช้เครื่องสำอางและครีมทาผิวบริเวณผิวหน้า รวมถึงการการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างโลชั่น สครับที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง เอเอชเอ และวิตามินซี ออกไปเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้สารอาหารเหล่านี้รบกวนผิว

       มาส์กหน้า

การมาส์กหน้าด้วยว่านหางจระเข้ โดยการนำเนื้อว่านหางจระเข้ทาประคบลงบนผิวให้ทั่ว หรือใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ แทนโลชั่นหรือครีมทาผิวจนกว่าผิวหยุดลอก เพื่อบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง

       ดื่มน้ำ

ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำบนผิว ในช่วงที่เล่นน้ำสงกรานต์ สาว ๆ จะต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ปริมาณน้ำในผิวลดลงอย่างมาก ดังนั้นสาว ๆ จึงดื่มน้ำเปล่าต่อวันเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว อาจดื่มน้ำผัก-ผลไม้สดเพิ่มในระหว่างวันก็ได้นะคะ รับรองผิวเอิบอิ่มสดใสได้ในเร็ววันแน่นอนค่ะ

       การสครับผิว

การสครับผิวอย่างอ่อนโยนนั้น ด้วยสูตรธรรมชาติ เมื่อผ่านไป 1-2 สัปดาห์ หรือผิวทุเลาลงแล้ว ให้นำขมิ้น + น้ำผึ้ง + น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอกผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำนวดวนลงบนผิวเบา ๆ  ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละครั้งติดต่อกัน จะช่วยปรับสภาพผิวให้ผุดผ่องลดความหยาบกร้านลงบนผิวได้เป็นอย่างดี

       ฟื้นฟูผิวเสียจากภายใน

การฟื้นฟูผิวเสียจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานผัก ผลไม้ อาหาร ธัญพืช และนม ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี อี และบีรวม เพิ่มมากขึ้น อาจเน้นเป็นเมนูสุขภาพอย่าง สลัดผัก น้ำผลไม้ปั่นสด ๆ ในทุก ๆ วัน เท่านี้ก็ช่วยบำรุงผิวเสียจากการเล่นน้ำให้สวยสุขภาพดีได้ในเร็ววันแล้วล่ะค่ะ

นอกจากทำตามเคล็ดลับการดูแลผิวหลังเล่นน้ำสงกรานต์ให้ครบถ้วนทุกข้อแล้ว สาว ๆ ยังควรปกป้องผิวกายให้พ้นจากแสงแดดในทุก ๆ เช้า ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป เพื่อไม่ให้ผิวเสียซ้ำซาก หรือใช้วิธีป้องกันแสงแดดง่าย ๆ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด พกร่ม ใส่หมวกก็ได้เช่นกัน

 

ประเพณีสงกรานต์จังหวัดสระบุรี

จังหวัดต่างๆย่อมมีประเพณีที่แตกต่างกันออกไป และจังหวัดสระบุรีก็เช่นกัน  จังหวัดสระบุรีมีการจัดงานประเพณีสรงน้ำพระและอาบน้ำแม่ย่าตะเคียนหรือเสาร้องไห้ ในงานสงกรานต์ประจำปีของวัดสูง อำเภอเสาไห้ ตรงกับวันที่ 23 เมษายน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้ก็มีนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนเดินทางไปร่วมงานหลายพันคน โดยพิธีกรรมสำคัญคือการได้อาบน้ำและรดน้ำรูปปั้นแม่นางตะเคียน และรดน้ำที่เสาตะเคียน อันเป็นตำนานของอำเภอเสาไห้

 

สำหรับงานสรงน้ำพระวัดสูง ในเทศกาลสงกรานต์ ดูเหมือนจะเป็นการจัดงานประเพณีสงกรานต์ที่ผู้คนได้กล่าวขานถึงมาตลอดเวลา และกำหนดทุกวันที่ 23 เดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป แม้ในสมัยก่อนจะเป็นแค่เพียงงานชุมชนเล็ก ๆ ในเขตอำเภอเสาไห้ ประชาชนชาวเสาไห้ซึ่งเหลื่อมใสและนับถือ จนทำให้งานสรงน้ำพระวัดสูงที่เสาไห้แห่งนี้ดูจะกลายเป็นงานที่น่าสนใจและผู้คนอยากไปร่วมงานทุกปี พิธีกรรมและประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาและเป็นประจำเมื่อถึงวันสรงน้ำพระวัดสูง ก็คือผู้ที่ไปร่วมงานจะได้มีโอกาสสรงน้ำหรืออาบน้ำหุ่นรูปปั่นแม่ย่าตะเคียน เสาตะเคียน และกราบสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบริเวณวัดสูงแห่งนี้ และปีนี้ขบวนแห่ตุง สลุง และขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรม จากหมู่บ้านตำบลและชุมชนต่าง ๆ ในเขตอำเภอเสาไห้ ก็คลาคล่ำไปด้วยพี้น้องประชาชนที่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมงานกันอย่างมากมาก แม้จะมีบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวไปบ้าง แต่ก็ได้คลายร้อนจากการได้มาร่วมพิธีสรงน้ำพระและอาบน้ำหรือรดน้ำแม่ย่าตะเคียน ซึ่ง 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว และมีความสนุกสนานจากการแสดงวัฒนธรรมของพื้นบ้านไทยวนทำให้ภาพประทับใจนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านความรู้สึกและอารมณ์ของที่อยู่ในงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งพิธีเปิดงานก็มีนายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม นายอำเภอเสาไห้ เดินทางไปเป็นประธานในพีเปิดงานสรงน้ำพระและรดน้ำหรืออาบน้ำแม่ย่าตะเคียน

 

ตำนานเสาร้องไห้ เป็นตำนานของเจ้าแม่ตะเคียนทองที่ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 500 เมตร เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งสร้างกรุงเทพฯ เป็นราชธานี ได้มีการประกาศเกณฑ์เสาไม้จากหัวเมืองต่างๆ เพื่อที่จะคัดเลือกเสาที่มีลักษณะงดงามนำมาเป็นเสาเอก ซึ่งทางเมืองสระบุรีได้จัดส่งเสาตะเคียนที่มีลักษณะงดงาม ล่องลงมาตามลำน้ำป่าสักและเมื่อเสาตะเคียนดังกล่าวล่องมาถึงกรุงเทพฯ แต่ก็ช้าไปได้มีการคัดเลือกเสาเอกไปก่อนแล้ว เสาต้นนี้จึงเกิดความเสียใจลอยทวนน้ำกลับขึ้นมาจมลง ณ ตำบลแห่งนี้อยู่ประมาณ 100 กว่าปี

 

วันที่ 23 เมษายน 2501 เป็นวันที่ได้ประกอบพิธีเชิญเสาตะเคียนขึ้นจากแม่น้ำป่าสักหลังมีชาวบ้านฝันเห็นหญิงสาวร้องไห้ในแม่น้ำ จึงได้มีการใช้เชือกดึงแต่ไม่ประสบความสำเร็จแม้จะใช้กำลังคนจำนวนมาก จากนั้นได้มีประกอบพิธีตั้งศาลสูงเพียงตา มีหัวหมูซ้ายขวา บายศรี 3 ชั้น ใช้ด้ายสายสิญจน์ผูกที่เสาแล้วให้ผู้มาร่วมพิธีได้ดึงสายสิญจน์ที่ผูกโยง จากนั้นพระสงค์ 9 รูปเจริญชัยมงคลคาถา และประสบความสำเร็จสามารถนำเสาตะเคียนขึ้นจากแม่น้ำป่าสักได้ และอัญเชิญไปไว้ที่วัดสูง จนถึงปัจจุบันนี้ และทุกปีจะมีการประกอบพิธีอาบน้ำหรือรดน้ำรูปปั้นแม่ย่าตะเคียน รดน้ำเสาตะเคียน ผู้คนจะเดินทางมากราบสักการะขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ บางคนได้นำชุดไทย สไบ เครื่องแป้ง น้ำอบน้ำหอม รวมทั้งของเครื่องเซ่นต่าง ๆ มาถวายด้วยเช่นกัน ขณะที่งานประเพณีสงกรานต์วัดสูงหรือสรงน้ำพระวัดสูง ปัจจุบันยังคงรักษาเป็นเอกลักษณ์ประเพณีปฏิบัติเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน

 

ระยะเวลาที่จัดงาน ในวันที่ 23 เมษายนของทุกปี

สถานที่จัดงาน ณ บริเวณหน้าอุโบสถ วัดสูง ตำบลเสาไห้ จ.สระบุรี